ที่พักหลวงพระบาง
    ที่พักวังเวียง
    ที่พักปากเซลาวใต้
    ที่พักเวียงจันทน์
    ที่พักเซียงขวาง
    ที่พักปากแบง
    ที่พักเมืองเว้
    ที่พักเมืองดานัง
      แขวงอุดมไซย
      แขวงหัวพัน
      แขวงหลวงน้ำทา
      แขวงพงสาลี
      แขวงบ่อแก้ว
      แขวงบ่อลิคำไซ
      แขวงไซยะบุรี
      แขวงคำม่วน
      แขวงสะหวันนะเขต
      แขวงจำปาสัก
      แขวงเซียงขวาง
      แขวงหลวงพระบาง
      แขวงเวียงจันทน์
      พิพิธภัณฑ์ต็วลซฺแลง
      ที่มาของชื่อพนมเปญ
      ขอมคือชื่อทางวัฒนธรรม
      ประวัติศาสตร์กัมพูชา
      ปราสาทบายน
      ปราสาทนครวัด
      สุดยอดปราสาทที่พลาดไม่ได้
      การเตรียมตัวไปเที่ยว
      เมืองพระตะบอง
      เมืองเสียมเรียบ
  ข้อมูลท่องเที่่ยวประเทศกัมพูชา
เสียมเรียบ
จำนวนผู้เข้าชม 5689 คน
เมืองเสียมเรียบ
                      เมืองเสียบเรียบ หรือเสียมราฐ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเสียมเรียบทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ถือเป็นประตูสู่พระนคร ชื่อเสียมเรียบ หมายความถึง สยามพ่ายแพ้ โดยผู้ที่ตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ คือ สมเด็จพระอุทัยราชา (นักองค์จัน) ผู้มีพระทัยฝักใฝ่กับเวียดนามในยามที่เขมรยังมีสถานะเป็นเมืองขึ้นของสยามในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19
                      เดิมเสียมเรียบเป็นเพียงเมืองเล็กๆ ในชนบท และแม้จะอยู่ไม่ไกลจากเมืองพระนคร แต่พื้นที่แทบนี้จะไม่มีโบราณสถานใดๆ ฝรั่งเศส เริ่มรู้จักเสียมเรียบในปี ค.ศ. 1907 หลังจากนั้นเสียมเรียบก็เติมโตขึ้นเรื่อยๆ โดยทำหน้าที่เป็นเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยี่ยมเยือนเมืองพระนคร เพราะเสียมเรียบมีโรงแรมใหญ่มาตั้งเป็นแห่งแรกๆ ในปี ค.ศ. 1929 ได้แก่ Grand Hotel d’Angkor มีคนดังระดับโลกมาพักมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแจ็คเกอลีน เคนเนดี้ โอนาสซิส หรือชาร์ลี แชปลิน ฯลฯ
                      หลังปี ค.ศ. 1975 ในยุครัฐบาลเขมรแดง คนในเสียมเรียบ ถูกกวาดต้อนออกไปทำไร่ไถนาในท้องถิ่นชนบท ทำให้เสียมเรียบกลายเป็นเมืองร้างอยู่หลายปี กระทั่งเขมรแดงหมดอำนาจ เสียมเรียบจึงกลับมามีบทบาทในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของกัมพูชาอีกครั้ง มีที่พักทุกระดับเปิดให้บริการ รวมทั้งสิ่งที่รองรับนักท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ย่านชอปปิง และท่าอากาศยานนานาชาติ
                      เมืองพระนคร
                      เมืองพระนคร (Angkor) ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดเสียมเรียบ ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 310 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรเขมรอันรุ่งเรือง ซึ่งเริ่มก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ก่อนจะถูกทับสยามรุกรานในคริสต์ศตวรรษที่ 15 จนต้องมีการอพยพยกย้ายไปตั้งนครหลวงแห่งใหม่ กุญแจสำคัญในความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้คือ การที่กษัตริย์เขมรสามารถ    วางระบบการจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนจึงพากันมาอยู่อาศัยทำกิน ทำให้อำนาจ และมีบารมีของกษัตริย์หลายรัชสมัยมีความมั่นคงและแผ่ขยายออกไป
                      สิ่งที่ยืนยันความรุ่งเรืองของดินแดนเขมรและอำนาจอันไพศาลของกษัตริย์คือ หมู่เทวสถานที่สร้างขึ้นอย่างหนาแน่น ในปี ค.ศ. 1992 องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกยกย่องให้เมืองแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยในเขตเมืองพระนคร ประกอบด้วย โบราณสถานที่สำคัญหลายแห่ง
                      นครธม
                      เมืองนครธม (Angkor Thom) ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำเสียมเรียบ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของทะเลสาบเขมร เมื่อครั้งจูต้า-กวน ทูตจีนเดินทางมาเยือนกัมพูชาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 เขาได้บันทึกถึงเมืองใหญ่แห่งหนึ่งที่เรียกว่า นครธม เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสท่ามกลางวงล้อมของ     คูเมืองที่กว้างกว่า 100 เมตร และกำแพงสูง 8 เมตร กำแพงแต่ละด้านมีความยาวราว 3 กิโลเมตร เมืองในกรอบสี่เหลี่ยมแห่งนี้มีทางเข้า 5 ประตู แต่ละประตูมีสะพานทอดข้ามคูน้ำ โดยสะพานทางด้านใต้มีรูปหินสลักที่สวยงามอยู่ 108 รูป ปลายสะพานคือ ประตูทิศใต้ที่ทำเป็นซุ้มจตุรมุข มีภาพสลักพระพักตร์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรขนาดมหึมาหันออกไปทั้งสี่ทิศ
                      นอกจากการสร้างเมืองที่ใหญ่โตอลังการ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยังมีบัญชาให้สร้างเทวสถานหลายแห่งที่สุดพระองค์หนึ่ง ซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางโบราณคดีมาจนยุคปัจจุบัน
                     * ปราสาทบายน
                     ปราสาทบายน (Bayon) เป็นศูนย์กลางของนครธม เป็นปราสาทหลวงประจำรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7และเป็นการพลิกรูปแบบของการสร้างปราสาทในกัมพูชา ด้วยปราสาทบายนแสดงถึงความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแบบมหายานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งแผกไปจากกษัตริย์พระองค์ก่อน แห่งอาณาจักรนี้ที่สร้างศาสนสถานเพื่อแสดงถึงศรัทธาในศาสนาฮินดู
                      ปราทสาทบายนประกอบด้วยองค์ปราสาท ตั้งอยู่บนฐานซ้อนสามชั้น สมมุติให้เป็นทิพยสถานของเทพเจ้าบนยอดเขาพระสุเมรุด้วยปรางค์จตุรมุข สลักเป็นรูปพระพักตร์พระโพธิสัตว์              อวโลกิเตศวรขนาดใหญ่กว่า 200 พักตร์ รวม 54 ปรางค์ หันพระพักตร์ออกไปทั้งสี่ทิศ เพื่อสอดส่องดูแลความทุกข์ของเหล่าพสกนิกรให้อยู่เย็นเป็นสุข รอยยิ้มบนพระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเรียกว่า ยิ้มแบบบายน ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา
                      ภาพจำหลักในปราสาทบายน แสดงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน สงครามกับจามปา รวมทั้งเทพเจ้าอินเดีย ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของศิลปะแบบบายน คือการที่ภาพจำหลักมีการแสดงเรื่องราวในประวัติศาสตร์กัมพูชา แทนที่จะเป็นเหตุการณ์จากมหากาพย์รามยณะหรือวรรณกรรมอื่น อย่างปราสาทแห่งอื่นๆ ทำให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงชีวิตของผู้คนในยุคนั้น เช่น ภาพชาวบ้านกำลังค้าขาย กินอาหาร เล่นการพนัน เลี้ยงเด็ก ดูแลคนแก่ ขี่เกวียน วัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ยังคงพบเห็นได้ในชนบทของกัมพูชาในปัจจุบัน
                      * บารายตะวันตก (West Baray)
                     บารยตะวันตกเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตะวันตกของนครธม สร้างขึ้นในสมัย     พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตร ใจกลางของบารายมีเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่  เรียกว่าแม่บุญตะวันตก ซึ่งยังคงมีน้ำขังอยู่จนถึงทุกวันนี้ สามารถใช้เป็นแหล่งประมงน้ำจืดและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง ขณะที่บารายตะวันออกตื้นเขินไปแล้ว
                      * นครวัด มนตร์ขลังแห่งพลังศรัทธา
                      กว่า 900 ปีมาแล้ว ด้วยพลังศรัทธาที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 มีต่อองค์วิษณุเทพในศาสนาฮินดู พระองค์จึงโปรดให้สร้างปราสาทนครวัด (Angkor Wat) ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุด และมีพระประสงค์เพื่อใช้เป็นราชสุสานเก็บพระศพของพระองค์เมื่อสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ดังนั้น ตัวปราสาทจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ปรางค์องค์กลางมีรูบรรจุทรายอยู่ ซึ่งคาดว่า จะใช้สำหรับซับพระบุพโพ (น้ำเหลือง)
                      นครวัด ใช้เวลาก่อสร้างยาวนานเกือบ 37 ปี ใช้หินปริมาตรหลายล้านลูกบาศก์เมตร ที่นำมาจากเทือกเขาพนมกุเลน ซึ่งอยู่ห่างจากนครวัดกว่า 50 กิโลเมตร โดยใช้ช้างนับพันเชือกในการขนย้าย     ใช้แรงงานนับแสนคนในการก่อสร้างตกแต่ง จนสิ้นรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ก็ยังไม่แล้วเสร็จ แม้จะมีการสร้างต่อในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และสมัยนักองค์จันทร์ ถึงกระนั้น ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี
                      จนถึงวันนี้ เมื่อก้าวผ่านสะพานข้ามคูที่ล้อมรอบกำแพงสู่หมู่ปราสาทที่ตั้งตระหง่านด้วยความสูงถึง 65 เมตร ประกอบกับความใหญ่โตอลังการและการก่อสร้างที่สลับซับซ้อนสร้างความ     ตะลึงงันให้แก่ผู้มาเยือน
                      ปราสาทนครวัด ครอบคลุมพื้นที่ 200,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย โครงสร้างหลักของสถาปัตยกรรมขอม 2 ส่วน คือ องค์ปราสาทและระเบียงคต 3 ชั้น ปราสาท 5 หลัง ตั้งบนฐานสูงตามหลักภูมิจักรวาลของฮินดู มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนของจักรวาล ซึ่งแทนด้วยปราสาท ประธานหลังกลาง มีทวีปทั้ง 4 รายล้อม แทนด้วยปราสาท 4 หลัง ที่อยู่ที่มุมทั้งสี่
                      นครวัดมาจาก “นอกอร์วัด”
                      คำว่า นครวัด มาจากคำว่า นอกอร์วัด ซึ่งคำว่า นอกอร์นั้น หมายถึง นคร ในสมัยนักองค์จันทร์กษัตริย์เขมร ซึ่งทรงนับถือศาสนาพุทธได้ใช้เทวาลัยแห่งนี้ ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา เหมือนเป็นวัด จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า วัดเมื่อรวมกับ นอกอร์ จึงกลายเป็น นอกร์วัด นั่นเองเมื่อ    ชาวฝรั่งเศสเข้ามาพบนครวัด ได้เรียกชื่อของนครวัดเพี้ยนไป เป็น อังกอร์วัด และใช้ตลอดมา
                      ตามผนังระเบียงคตชั้นนอกที่ล้อมรอบปราสาททั้งสี่ทิศรยรอบไปด้วย ภาพจำหลักที่งามวิจิตร อาทิ งานแกะสลักเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ภาพการรบที่ทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งเป็นการรบระหว่างตระกูลเการพกับตระกูลปาณฑพ จากมหากาพย์มหาภารตยุทธ
                      ระเบียบคตชั้นในเป็นภาพจำหลักนางอัปสราที่ความงามเป็นที่ลือเลื่องไปทั่วโลก 1,635 นาง ด้วยถนิมพิมภาภรณ์ และทรงผมอันวิจิตรพิสดาร และอากัปกิริยาอันอ่อนช้อยยวนตาของแต่ละนางนั้น แทบจะไม่ซ้ำกันเลย แสดงถึงภูมิปัญญาอันบรรเจิด และล้ำลึกของช่างแกะสลักในยุคนั้น
                      จากระเบียงคตชั้นกลางถึงทางขึ้นอันสูงชัน นำไปสู่ชั้นบนสุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของปรางค์ประธาน อันเป็นที่ประดิษฐานโกศพระบรมศพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 บนยอดมหาปราสาทอันสูงสง่านี้ เราจะมองเห็นเมืองเสียมเรียบไปทั่วทุกทิศ
                      กำเนิดนางอัปสราที่นครวัด หรือนางอัปสร ถือเป็นชาวสวรรค์จำพวกหนึ่ง อาจเรียกว่า นางฟ้าก็ได้ แต่ไม่ใช่เทวดา มีฐานะเป็นอมนุษย์บังเกิดขึ้นเมื่อครั้งกวนเกษียรสมุทร เพื่อเอาน้ำอมฤตขึ้นมา ดังความปรากฏในมหากาพย์มหาภารตะของอินเดีย คำว่า อัปสร นั้น มาจากคำว่า อัป หมายถึง น้ำ และ สร หมายถึง การเคลื่อนไป อัปสร จึงหมายถึง ผู้ที่เคลื่อนไปในน้ำ ตามตำนานของฮินดูกล่าวว่า พระพรหมทรงสร้างนางอัปสรขึ้น เป็นนางบำเรออยู่ในราชสำนักของพระอินทร์ในคัมภีร์นาฏยศาสตร์ ได้กล่าวถึงนางอัปสรที่สำคัญไว้หลายตนด้วยกัน เช่น มัญชุเกศี สุเกศี อรชุนี สรลา นันทา สุปุษกลา ฯลฯ นางอัปสรแปลงกายได้ ทั้งยังมีความสามารถในการขับร้องและเต้นรำ ชาวเขมรเชื่อกันว่า นางอัปสรา นั้น เป็นเทพธิดาแห่งความดีงาม รวมทั้งเป็นผู้ที่คอยดูแลศาสนสถานอีกด้วย ดังจะได้เห็นนางอัปสรา ปรากฏอยู่ในปราสาทหินต่างๆ แทบทุกแห่งของเขมร
                      ชาวตะวันตกรับรู้เรื่องนครวัดครั้งแรกจากบันทึกของราชทูตจีน จูต้า-กวน และบาทหลวงชาวฝรั่งเศส แต่ก็เป็นเพียงคำบรรยาย ซึ่งผู้ได้อ่านบันทึกหรือฟังคำบอกเล่าต่างนึกภาพตามไม่ออก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1859 นักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสชื่อ อองรี มูเฮต์ (Henri Mouhot) ได้ใช้เงินส่วนตัวเดินทางมาที่นครวัด และวาดภาพเมืองโบราณแห่งนี้ออกสู่สายตาชาวโลก ถึง 800 ภาพ ได้ตีพิมพ์ลงในวารสารเที่ยวรอบโลก (Le Tour Du Monde) สร้างความตื่นตะลึงให้แก่นักโบราณคดีและคนทั่วไป      ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสหันมาสนใจกัมพูชาเพราะมองว่านครวัดอันรกร้างแต่งดงามอลังการแห่งนี้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สุดวิเศษสำหรับลัทธิจักรวรรดินิยมฝรั่งเศส
                      นครวัดมีอีกนามหนึ่งว่า บรมวิษณุมหาปราสาท
                      ตามธรรมเนียมของขอม กษัตริย์ที่สิ้นพระชนม์แล้ว จะได้รับการถวายพระนามใหม่ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ก็เช่นกัน มีพระนามหลังสิ้นพระชนม์ว่า บรมวิษณุ นครวัด จึงมีอีกนามว่า บรมวิษณุ   มหาปราสาท     

ข้อมูลท่องเที่่ยวประเทศกัมพูชา
- เสียมเรียบ
- พระตะบอง
- พิพิธภัณฑ์ต็วลซฺแลง (Toul Sleng) ความโหดร้ายที่ต้องจารจำ
- ที่มาของชื่อพนมเปญ
- ขอมคือชื่อทางวัฒนธรรม
- ประวัติศาตร์กัมพูชา อาณาจักรขอม
- ปราสาทบายน
- ปราสาทนครวัด
- สุดยอดปราสาทพลาดไม่ได้
- การเตรียมตัวไปเที่ยวกัมพูชา
ดูทั้งหมด

  ทัวร์ลาว   ทัวร์เวียดนาม   ทัวร์สิบสองปันนา คุนหมิง   ทัวร์จีน
แอลทูบี ทราเวล ใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 51/00600
205 หมู่ 1 ต.บ้านเกาะ ซอย 17 ถนน สุรนารายณ์ อ.เมือง นครราชสีมา 30000 ติดต่อสายด่วน 083-2743757
Engine by MAKEWEBEASY