ที่มาของชื่อพนมเปญ

ที่มาของชื่อพนมเปญ

ที่มาของชื่อพนมเปญ
                      มีตำนานพื้นบ้านกล่าวว่า เมื่อราวหกร้อยปีก่อน เศรษฐีนีชาวเขมรผู้หนึ่งชื่อเพ็ญ พบพระพุทธรูปลอยน้ำมาเกยฝั่งหลายองค์ ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าในพระพุทธศาสนา นางจึงสร้างวัดขึ้นบนยอดเขาที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเปล่านั้น เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านั้น แม้เขาลูกนั้นจะสูงเพียง 27 เมตร แต่ก็ถือเป็นเขาที่สูงที่สุดในละแวดนี้ จึงเรียกกันเรื่อยมาว่า พนมเปญ ซึ่งแปลว่า เขายายเพ็ญ ส่วนวัดที่ยายเพ็ญสร้างก็คือ วัดพนม
                      * พระราชวังหลวง พระที่นั่ง และวัดพระแก้ว
                      พระราชวังหลวงหรือพระราชวังเขมรินทร์แห่งนี้ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโตนเลซาบ พบพื้นที่เดิมของป้อมบันเตีย เคฟ ด้านหน้าวังมีสนามหญ้าเขียวขจีคล้ายท้องสนามหลวงในกรุงเทพฯ นับได้ว่า เป็นพระบรมมหาราชวังที่ตั้งอยู่บนทำเลที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง มองเห็นทิวทัศน์ได้ในมุมกว้าง
                      พระราชวังเขมริทร์เป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา สร้างขึ้นโดยความช่วยเหลือของฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1866 และ ได้รับการบูรณะ โดยเสริมคอนกรีตบางส่วนในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20
                      ลักษณะโดยรวมของพระราชวังเขมรินทร์มีความคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังของไทย งดงามวิจิตรด้วยสถาปัตยกรรมและศิลปะที่มีเอกลักษณ์อันงดงามอ่อนช้อย มียอดเป็นพระปรางค์ยอดเดียว
                      บริเวณทางเข้าพระราชวังประดับประดาด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุศิลปะเขมรตั้งเรียงรายตลอดทาง บานพระทวารและบานพระแกลแกะสลักด้วยลวดลายประณีตและลงรักปิดทองอย่างสวยงาม อาคารที่ประทับแยกสถานที่อื่นๆ ของพระราชวังด้วยกำแพงและตั้งอยู่ใกล้ๆ กับท้องพระโรง
                      พระที่นั่งเทวาวินิจฉัย
                      พระที่นั่งแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ในพระราชวัง มีผังเป็นรูปกากบาท และมียอดปราสาท 3 ยอด ประดับด้วยพรหม 4 หน้า โดยได้อิทธิพลมาจากปราสาทบายนที่เมืองพระนคร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวเกียรติ์อันงดงาม พระที่นั่งเทวาวินิจฉัยเป็นสถานที่ที่กษัตริย์กัมพูชาออกว่าราชการและเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงขุนนางข้าราชบริพารมาปรึกษาราชการบริหารแผ่นดิน นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในงานพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธี ขึ้นครองราชย์ พระราชพิธีอภิเษาสมรส เสด็จออกรับสาส์นตราตั้งจากเอกอัคราชทูตของต่างชาติ รวมไปถึงเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
                      พระที่นั่งจันทฉายา
                      พระที่นั่งจันทฉายาเป็นศาลาโถงที่รู้กันในนาม พระที่นั่งแสงจันทร์หันหน้าไปทางถนน     โสเทียรัส มีมุขระเบียงยื่นออกไปสำหรับชมพิธีหรือการสวนสนาม ใช้เป็นสถานที่แสดงนาฏศิลป์เขมรโบราณในพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ หรือพิธีเฉลิมฉลองต่างๆ เป็นที่ออกมหาสมาคมของพระมหากษัตริย์ และจัดงานเลี้ยงที่เป็นพิธีการ
                      พระที่นั่งนโปเลียนที่ 3
                      พระที่นั่งสีขาวละมุนตาที่โดดเด่น อยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมแบบเขมรนี้ เป็นพระที่นั่งขนาดกะทัดรัดแบบยุโรปที่สร้างขึ้นด้วยโลหะทั้งหลังอักษรตัว N ที่ปรากฏบนบานทวารและส่วนต่างๆ ของพระที่นั่งหมายถึง พระนามของพระเจ้านโปเลียน เดิมพระที่นั่งนี้เป็นตำหนักที่จักรพรรดิ             นโปเลียนที่ 3 สร้างประทาน แด่จักรพรรดินีเออเชนี สำหรับใช้ประทับระหว่างการเสด็จไปร่วมงานเปิดคลองสุเอซ แล้วมีรับสั่งให้ถอดเป็นชิ้นส่งลงเรือมาประกอบขึ้นใหม่ เพื่อเป็นของขวัญถวายแด่สมเด็จพระนโรดมที่กรุงพนมเปญเมื่อปี ค.ศ. 1876 ปัจจุบันพระที่นั่งแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก และเป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย
                      วัดพระแก้วมรกต
                      วัดพระแก้วมรกต หรือพระเจดีย์เงิน อยู่ในเขตพระราชวังหลวงตอนบน สมเด็จพระนโรดมทรงสร้างพระเจดีย์เงินนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1892 และเจ้านโรดมสีหนุทรงบูรณะใหม่แทนพระเจดีย์องค์เดิมที่สร้างด้วยไม้ เหตุที่เรียกพระเจดีย์เงินเพราะพื้นอาคารปูลาดด้วยกระเบื้องสีเงิน 5,329 แผ่น แต่ละแผ่นหนักกว่า 1 กิโลกรัม ในวัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปสำคัญ ประดิษฐานอยู่อีกสององค์คือ พระแก้วมรกต สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 และพระพุทธรูปทองที่หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ ประดับด้วยเพชรกว่า 10,000 เม็ด โดยเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดมีน้ำหนักถึง 25 กะรัด
                      ส่วนทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเขตพระราชวังหลวง เป็นเขตพระราชฐานและที่ประทับของสมเด็จพระสีหนุ ส่วนทางด้านใต้ของพระราชวังหลวงมีหมู่อาคารพระคลังหลวง พระที่นั่งโภชนีโสภา ซึ่งเป็นพระที่นั่งเปิดโล่ง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1912 เดิมมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นสถานที่แสดงมหรสพ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
                      * วัดอุณาโลม ศูนย์กลางคณะสงฆ์ของกัมพูชา
                      วัดนี้ตั้งอยู่ทางด้านหลังสโมสรข่าวต่างประเทศแห่งกัมพูชาก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1443 เคยได้รับความเสียหายจากการทำลายล้างพระศาสนาของพวกเขมรแดง แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นในเวลาไม่นาน ในวัดมีพระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่หลายองค์ ส่วนใหญ่ถูกเขมรแดงทำลายจนแตกหัก แต่ได้มีการนำมาประกอบขึ้นใหม่ และยังมีรูปปั้นสมเด็จฮ็วนตาล สมเด็จพระสังฆราชผู้มรณภาพลงเพราะความโหดร้ายของพวกเขมรแดงในสมัยที่พอล พต ครองอำนาจ ซึ่งพบอยู่กลางแม่น้ำโขง แต่ผู้ศรัทธา   ในพระองค์ท่านได้นำกลับมาตั้งไว้ที่วัดหลังรัฐบาลเขมรแดงถูกล้มล้าง ความสำคัญอีกอย่างของวัด   แห่งนี้ คือ เป็นศูนย์กลางคณะสงฆ์ของกัมพูชา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com