แขวงเวียงจันทน์

12510 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แขวงเวียงจันทน์

ข้อมูลท่องเที่ยวแขวงเวียงจันทน์


กำแพงนครเวียงจันทน์ และแขวงเวียงจันทน์
               นักท่องเที่ยวบางคนอาจสับสนกับคำว่า “กำแพงนครเวียงจันทน์” และ “แขวงเวียงจันทน์” ตามการแบ่งเขตการปกครอง กำแพงนครเวียงจันทน์ ถือเป็นเขตการปกครองพิเศษ มีฐานะเทียบกับเทศบาลนคร ส่วนแขวงเวียงจันทน์ นั้นมีฐานะเป็นจังหวัด พื้นที่กำแพงนครเวียงจันทน์เป็นเขตราชธานีเก่า ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งรัฐบาล หน่วยงานราชการสำคัญๆ สถานทูตของนานาประเทศ สำนักงานบริษัทเอกชนและบริษัทข้ามชาติต่างๆ ทั้งยังเป็น ศูนย์กลางการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ทำนองเดียวกับกรุงเทพมหานคร แต่มีขนาดเล็กกว่า

เวียงจันทน์ (Vientiane)
               เป็นเมืองที่มีมาเก่าแก่ ตามตำนานการสร้างเมืองบางสำนวนกล่าวว่า มีฤาษีสามพี่น้องมาปกหลักไม้จันทน์หมายเป็นเขตสร้างบ้านแปงเมืองบริเวณนี้จึงเรียกว่าเวียงจันทน์ พ.ศ. 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชสถาปนาขึ้นเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้างแทนเมืองเชียงดง-เชียงทอง (หลวงพระบาง) มีกษัตริย์ปกครองเรื่อยมา จนกระทั่งลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นคอมมิวนิสต์ นครเวียงจันทน์จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเมืองหลวงของประเทศตั้งแต่ พ.ศ. 2518
               นครเวียงจันทน์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ตรงข้ามอำเภอศรีเชียงใหม่จังหวัดหนองคาย เป็นเมืองที่ยังคงร่องรอยอาณานิคมอยู่มาก ถนนล้านช้างเป็นถนนที่มีความสำคัญที่สุด สองฟากถนนเรียงรายไปด้วยสถานที่ทำการ ของรัฐบาล ธนาคาร โดยอาคารบางส่วนเป็นตึกแบบยุโรปจากสมัยที่ลาวเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส

สถานที่ท่องเที่ยว 
                  พระธาตุหลวง
                 พุทธสถานซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาว เดิมเป็นพรธาตุองค์เล็กๆ เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ (กระดูกหัวเหน่า) ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงสร้างพระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ครอบองค์เดิมไว้ ให้ชื่อว่า พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี พระธาตุหลวงถูกทำลายเสียหายหลายครั้ง และชาวลาวได้บูรณะขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง หลังสุดบูรณะรูปทรงตามคติจักรวาลที่มีพระสุเมรุเป็นแกนกลาง และมีเจดีย์ธาตุบริวารล้อมรอบ 30 องค์ ทาสีทองอร่าม
ตั้งอยู่ที่ถนนทาดหลวง จากใจกลางเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น. 

 
                   หอพระแก้ว หรือ วัดพระแก้ว
               เดิมเป็นวัดที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช อัญเชิญมาจากเชียงใหม่ เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกแม่ทัพไทยในคราวนั้น ได้เผาหอพระแก้วและอัญเชิญพระแก้วมรกตมายังกรุงธนบุรี หอพระแก้วที่เห็นอยู่ปัจจุบันจึงเป็นหอที่สร้างขึ้นมาใหม่ ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของโบราณ เช่น พระพุทธรูป ตู้ใบลาน กลองมโหระทึกสำริด ศิราจารึก และค่ามีค่าทางประวัติศาสตร์อีกมามาย ภายในหอพระแก้ห้ามถ่ายรูป
ตั้งอยู่ที่ถนนเสดถาทิราด/เชษฐาธิราช  เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น.

                 วัดสีสะเกด/ศีรษะเกษ
                เจ้าอนุวงศ์โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2316 ในบริเวณวัดเก่าที่อยู่ติดกับพระราชวัง ที่มาของชื่อวันเนื่องจากที่ตั้งอยู่ทาง “ทิศหัวนอน” เหตุที่วัดนี้หันหน้าเข้าหาพระราชวัง หรือทิศหัวนอนของเจ้าอณุวงศ์ ก็เพื่อว่าเมื่อทรงบรรทมตื่น หรือว่าเข้าบรรทมก็สามารถไหว้พระในวัดได้เลย ภายในวัดมีพระพุทธรูปมากมายเรียงรายอยู่ช่องกุดเล็กๆ หรือพระพิมพ์ช่องละ 2 องค์ด้านในบริเวณพระอุโบสถ (ลาวเรียกว่า สิม) และระเบียงคตทั้งสี่ด้าน หอไตรที่งามแปลกตา รวมทั้งชมความงามของฮูปแต้ม หรือจิตกรรมฝาผนังอันอ่อนช้อย
ตั้งอยู่ที่ถนนเสดถาทิราด/เชษฐาธิราช  เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น.

                วัดองค์ตื้อมหาวิหาร
                เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเวียงจันทน์ และมีโรงเรียนสอนพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระเจ้าองค์ตื้อ พระพุทรูปโลหะหล่อหนักประมาณ 12,000 กิโลกรัม บริเวณบานประตูพุทธเสมาเป็นไม้แกะสลัก “เพี้ยตัน ” ช่างป้นบรมครูของลาว
               บริเวณใกล้วัดองค์ตื้อ ยังมีวัดให้เดินเที่ยวชมอีกหลากหลายวัด อาทิ วัดหายโสก วัดที่มีหลังคาสิมสวยงามลดหลั่นกัน 9 ชั้น วัดมีไช สร้างตามแบบศิลปะไทย วัดอินแปง วัดที่มีงานไม้ประดับกระจกฝีมือประณีตงดงาม และวัดจันทบูลิ สันนิฐานว่าสร้างโดยพระยาจันทบุรี ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หล่อในสมัยเดียวกับพระเจ้าองค์ตื้อ

                ทาดดำ/ธาตุดำ
                เจดีย์ทรงดอกบัวหกเหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางเมืองเวียงจันทน์  ตามตำนานเล่าว่าใพระธาตุดำมีพญานาคเจ็ดเศียรอาศัยอยู่ ทำหน้าที่พิทักษ์รักษาเวียงจันทน์ให้รอดพ้นจากการโจมตีของไทย ชาวลาวถือว่าพระธาตุดำเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องภัยอันตรายแก่บ้านเมือง
 
               วัดสีเมือง/ศรีเมือง
               สร้างโดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชเมื่อ พ.ศ.2109 เพื่อประดิษฐานเสาหลักเมือง มีเรื่องเล่าว่านางสี หญิงงามที่ยึดมั่นในรัก เมื่อผิดหวังได้มากระโดดน้ำตายที่บ่อน้ำหลังโบสถ์ ดวงวิญญาณของนางสิงสถิตในวัดนี้ เพื่อคอยพิทักษ์รักษาบ้านเมือง ผู้ที่นำธูปเทียนกับดอกดาเรืองไปกราบไหว้ขอพรมักจะสมหวังทุกราย
 ตั้งอยู่ที่ถนนเจ้าฟ้างุ้ม  เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 20.00 น.

               ประตูไซ/ประตูชัย
               ซุ้มประตูขนาดใหญ่สร้างอยู่บนถนนล้านช้าง ลักษณะคล้ายประตูชัยของฝรั่งเศสที่กรุงปารีส แต่รายละเอียดเป็นศิลปะล้านช้าง ไม่ว่าจะเป็นยอดปราสาทบนประตู ลาลายปูนปั้นและภาพวาดบนเพดาน ประตูชัยสร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 เพื่อเป็นที่ละลึกแก่วีรชนผู้ร่มปลดปล่อยประเทศลาว ให้เป็นอิสระ ที่เสาประตูมีทางขึ้นไปชมวิวด้านบน ใต้ซุ้มประตูมีที่ขายของที่ระลึก

               พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชาติลาว
               ตั้งอยู่บนถนนสามเสนไทย ตัวอาคารทรงยุโรปเป็นที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสยุคอาณานิคม จัดแสดงวัตถุโบราณ เช่น ศิลาจารึก อาวุธ เครื่องดนตรี แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องนราวที่เน้นเรื่องการปฏิวัติปลดปล่อยชาติลาวมากกว่า
 

               อนุสาวรีย์ไกสอน พมวิหาน
               อนุสาวรีย์และพิพิธภัณฑ์แห่งชาตินี้เปิดเมื่อ พ.ศ.2538 เพื่อเฉลิมฉลองอายุ 75 ปี ของท่านไกสอน พมวิหาน อดีตประมุขที่มีบทบาทสำคัญในการกอบกู้เอกราชจากลัทธิจักรวรรดินิยม เป็นผู้นำที่ชาวลาวให้ความเคารพสูงสุดท่านหนึ่ง (มีอนุสาวรีย์ของท่านในเมืองสำคัญของลาแทบทุกเมือง) ตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นฐานบัญชาการของซีไอเอ และลาวเข้ายึดครองภายหลังจากที่สหรัฐเอเมริกาถอยร่นไปแล้ว ท่านไกสอนใช้เป็นที่พำนักตั้งแต่ปี พ.ศ.2518 จนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ.2535
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 13 จากเวียงจันทน์ไปทางใต้ประมาณ กิโลเมตรที่ 6 เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 16.00 น.

               สวนวัฒนธรรมชนเผ่าแห่งลาว
               เรียกสั้นๆว่า สวนวัฒนธรรม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงใต้เยงจันทน์ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงประวัติศาสตร์วรรณคดี หมู่บ้านจำลองของชนชาติลาว แลเวทีการแสดงศิลปะพื้นเมืองต่างๆ มีร้านจำหน่อยของที่ระลึก ภัตตาคาร พร้อมสวนสัตว์ขนาดย่อม
ตั้งอยู่บนถนนท่าเดื่อ กิโลเมตรที่ 18 เปิดเข้าชมทุกัน เวลา 08.00 น. – 18.00 น.

แหล่งช้อปปิ้ง-สิ่งของน่าซื้อ
               ตลาดเช้า              มุมถนนล้านช้างัดกับคูเวียง เปิดขายตลอดทั้งวัน 06.00-18.00 น. มีสินค้าหลายหลายชนิด ตัวตลาดลักษณะเหมือนศาลาวัดขนาดใหญ่มีสองชั้น ชั้นล่างจำหน่ายสินค้าพื้นและสินค้าจากต่างประเทศ  เช่น เครื่องมุกจากเวียตนาม นิกาจากรัฐเซีย ของใช้เบ็ดเตล็ดจากจีน เครื่องแก้วจากเช็คโกสโลวะเกีย ชั้นสองเป็นร้านเครื่องเงินเครื่องทอง กลางตลาดเช้ามีห้างสรรพสินค้าเวียงจันทน์เปิดบริการด้วย
              ตลาดคัวดิน          อยู่ถนนคูเวียง อยู่ทางด้านตะวันออกของตลาดเช้า เป็นตลาดขายของสด 
              ตลาดตงกันข้าม เป็นตลาดที่ขายของทุกชนิด
 
การเดินทาง
              สถานีรถโดยสาร
              เวียงจันทน์เป็นชุมทางการคมนาคมที่สำคัญของประเทศ มีสถานีรถโดยสาร 2 แห่งคือ 
              สายเหนือ 
              ตลาดคัวหลวง หรือตลาดแลง (เย็น) โทร 21-215757 มีรถออกเดินทางไปยังหลวงพระบาง อุดมไช โพนสะหัน และ เหนือ
              สายใต้
              ตลาดเช้า ถนนคูเวียง ตัดกับถนนมโหสถ โทร 21-216507 
   มีรถออกเดินทางหลายสายดังนี้
   - สาย 45 สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
   - สาย 18 ปากซัน
   - สาย 35 ปากเซ
   - สาย 36 สะหวันนะเขต
   - สาย 14 ท่าเดื่อ
   - สาย 1 วังเวียง

               ท่าเรือ
               ท่าเรือเร็ว อยู่ที่เก้าเลี้ยว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร มีเรือออกไปยังหลวงพระบางทุกวัน เวลา 08.00-09.00 น. ใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง

               เครื่องบิน
               นอกจากสายการบินลาวจะมีเที่ยวบินระหว่างประเทศลาวและไทย คือ เวียงจันทน์ – กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ แล้วยังมีเวียงจันทน์กับฮานอย พนมเปญ เสียมเรียบ คุณหมิงของจีน และเที่ยวบินภายในประเทศระหว่างเวียงจันทน์กับเมืองใหญ่ๆ โดยแบ่งเส้นทางสายเหนือคือ หลวงพระบาง หลวงน้ำทา เชียงขวาง ปากเซ อุดมไช ไชยะบูลิ ห้วยทราย พงสาลี และซำเหนือ สายใต้ ปากเซ

              อาหารการกิน
              ที่ถนนเฮิวบุญ ถนนคูนบูลม ถนนสามเสนไทย มีอาหารให้เลืกรับประทานมากมายหลายชาติ ทั้งประเภทแผงลอย ร้านอาหาร ห้องอาหาร และ ภัตตาคาร ที่ตลาดเช้าและเวียงจันทน์ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ซึ่งอยู่ภายในตลาดเช้า มีฟู้ดเซ็นเตอร์ ยามเย็นถ้าอยากรับประทานอาหารพื้นเมืองขอแนะนำดงป่าลานไนต์มาร์เก็ต ถนนบ้านฝ้าย เปิด 5 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่ม หรือรับประทานอาหารเคล้าเบียร์ลาว พร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ส่วนผู้ที่อยากได้บรรยากาศแบบสวนเปิดโล่งออกไปทางงตะวันตกไปบริเวณน้ำพุ 
             แหล่งบันเทิงยามราตรีที่มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยคือเวียงราตรี ถนนล้านช้าง ส่วนคนท้องถิ่นนิยมไปนั่งดื่มเบียร์บาร์บีคิว สถานเริรมย์ในลาวมีกำหนดปิดเที่ยงคืนตรง


สถานที่ท่องเที่ยวชานเมือง
                อ่างเก็บน้ำงึม
               เป็นอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่กั้นลำน้ำงึมที่ไหลมาจากแขวงเชียงขวาง อยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ไปทางเหนือ 90 กิโลเมตร ในอ่างเก็บน้ำงึมมีเกาะแก่งหลายแห่ง เช่น เกาะท้าว เกาะนาง เคยเป็นสถานที่กักขังนักโทษชาย-หญิง  บริเวณเขื่อนมีร้านอาหารและแพบริการอาหารที่ปรุงจากปลาสดๆ

              เมืองนาทรายทอง
              อยู่ระหว่างทางไปอ่างเก็บน้ำงึม มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น บ้านอีไล มีเครื่องสาน เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือเครื่องใช้ซื้อ บ้านนาทรายทอง มีตาดคูคานา หรือ หินคานา บ้านหัคัว มีตาดซอน ระห่างบ้านนาคาและหนองสา มีตาดน้ำซอง ส่วนใหญ่เป็นชาวม้งนำสินค้ามาเขาทุกวัน

             สวนสัตว์เวียงจันทน์
             หรือทุละคมอินเตอร์ซู ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 10 ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์ 60 กิโลเมตร เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 น. – 16.30 น.

             วัดแสง
             ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ไปตามทางหลวงหมายเลข 13 ประมาณ 65 กิโลเมตร ภายในมีพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาตามแบบศิลปะมอญ อายุราว 500 ปี
             การเดินทาง ไปตามทางหลงหมายเลข 13 จนถึงกิโลเมตรที่ 62 ใกล้บ้านห้วยทอน มีทางแยกถนนลูกรังเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

             สวนอุทยานแห่งชาติพูเขาควาย
             เดิมเป็นฐานลับของกองทัพลาว ภายหลังการปฏิวัติได้ปรับปรุงเป็นอุทยาน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เมื่อ พ.ศ.2538 อุทยานพูเขาควายตั้งอยู่บนที่ราบสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 670 เมตร ครอบคลุม 2,000 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยป่าสน ป่าไม้ผลัดใบและทุ้งหญ้า มีแม่น้ำมาง แม่น้ำลึก และแม่น้ำยงไหลผ่าน จุดเด่นของอุทยานอยู่ที่ตาดไซ น้ำตกขนาดใหญ่ท่ามกลางป่าไม้เขียวขจี
            ตั้งอยู่ทางตะวันตกของบ้านท่าบก ไม่มีรถโดยสารสาธารณะวิ่งผ่านต้องเช่ารถจากเวียงจันทน์ไปตามทางหลวงหมายเลข 13 ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เมืองวังเวียง
             เมืองเล็กๆ (ห่างจากเวียงจันทน์ 156 กม) เมืองวังเวียง เป็นเมืองธรรมชาติสวยสดงดงาม อากาศเย็นสบาย ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำซองล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง มองเห็นสายน้ำกว้างสลับกับเนินทราย โดยมีเทือกเขาหินปูนเป็นฉากหลัง วังเวียงได้ฉายาว่า กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว

               สถานที่ท่องเที่ยว
               ในเขตของตัวเมืองมีวัดเก่าแก่อายุราว 400-500 ปี อยู่หลายแห่ง ได้แก่ วัดสีเวียงทอง หรือ วัดธาตุ วัดคัง วัดหัวพัน วัดสีสุมาน และวัดพงเพ็ญ แต่สถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ การชมถ้ำ ล่องลำน้ำ และเยือนหมู่บ้านคนท้องถิ่น
ถ้ำวังเวียงมีมากมาย ที่ได้รับการพัฒนาไปบ้างแล้ว มีไฟนำทางในถ้ำ ไกด์ท้องถิ่นส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มพื้นบ้าน จะประจำอยู่ตามหน้าถ้ำ คอยเก็บค่าผ่านทางหรือค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวครนำไฟฉายไปเองด้วย ถ้ำที่เข้าชมได้คือ
              ถ้ำจาง             เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดทางเข้าอยู่ในวังเวียงรีสอร์ต
              ถ้ำผาเผือก     อยู่ไม่ไกลจากถ้ำจาง ปากทางเข้าอยู่บนหน้าผา ต้องออกแรงปีนบ่ายบ้าง ทางวเข้าถ้ำต้องข้ามสะพานไม้ไผ่ แล้วเดินตัดทุ่งนาไปเชิงเขา 
              ถ้ำพูคำ           อยู่บ้านนาทอง ทางเข้าต้องเดินผ่านป่าขึ้นไปประมาณ 200 เมตร ภายในถ้ำประดิษฐานพระนอนสำริดจากประเทศไทย
              ถ้ำช้าง           บ้านนาดาว เป็นถ้ำเล็กๆ ภายในมีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาท 
              กิจกรรมที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การนั่งห่วงยางล่องน้ำซอง จุดตั้งต้นอยู่แถวฟาร์มออร์แกนิกที่ชื่อว่า พูดินแดง ห่างจากเมืองไปทางเหนือ 3 กิโลเมตร

การเดินทาง
               ภายในตัวเมืองวังเวียงมีรถสองแถว
               เดินทางไป-กลับเวียงจันทน์-วังเวียง มีรถสองแถออกจากตลาดคัวแลงถึงตลาดวังเวียง เริ่มบริการตั้งแต่เช้าถึงประมาณ 6 โมงเย็น รถโดยสารออกจากสถานีรถโดยสารตลาดเช้า เวียงจันทน์ วันละ 5 เที่ยวใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เที่ยวกลับวังเวียง – เวียงจันทน์ ตามตารางเวลาเดียวกัน
               จากเวียงวังเวียงมีรถเข้าหลวงพระบาง ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง

 


Powered by MakeWebEasy.com